เซ็นเซอร์ต้องตายสู่ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่

13.8.17

 

เพราะต้องการถ่ายทอดความยากลำบาก ของผู้สร้างหนังภายใต้กฎหมายแบนภาพยนตร์ ทำให้ผู้กำกับ และผู้สร้างเชคสเปียร์ต้องตายเก็บประสบการณ์ ต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์การฉายให้หนังตัวเองถ่ายทอดเป็นสารคดี ซึ่งกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติภาพยนตร์ และวิดีทัศน์ 2551
ต้องรอคอยคำตัดสินอย่างยาวนาน และผ่านการตอบคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ภาพประสบการณ์ตรงจากการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ให้ผลงานตัวเองนานเกือบ 8 เดือนของ มานิต ศรีวาณิชภูมิ และ สมานรัชฎ์ กาณจนะวณิช 2 ผู้สร้างหนัง เชคสเปียร์ต้องตาย ซึ่งถูกให้เรทห้ามฉายเป็นเรื่องที่ 2 ของไทย นำถ่ายทอดเป็นสารคดี เซ็นเซอร์ต้องตาย บอกเล่าถึงปัญหาระบบพิจารณาภาพยนตร์ และช่องทางการเรียกร้องสิทธิ์ในสังคมไทยที่ยังไม่เปิดกว้างมากนัก นำมาฉายให้คนในวงการภาพยนตร์ และผู้สนใจได้ชมกันในโอกาสครบรอบ 2 ปีการแบนภาพยนตร์ อินเซ็คอินเดอะแบ็คยาร์ด และวันสิทธิมนุษยชนโลก
จุลจักร จักรพงษ์ ผู้ชมภาพยนตร์ กล่าวว่า ดูแล้วก็รู้สึกว่าการแบนมันไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย
สมานรัชฎ์ กาณจนะวณิช ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า เราก็ถ่ายประสบการณ์ไว้ไม่ได้คิดจะมาเป็นหนัง แต่มันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเข้าไปเรื่อยๆ คนถามว่าสร้างแบบนี้ไม่กลัวโดนแบนอีกหรือ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรก็สู้ แต่คราวนี้จะแบนด้วยเรื่องอะไรเพราะมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ
แม้จะยังไม่ถูกส่งเข้ากระบวนการพิจารณาเรตติ้ง แต่ผู้สร้างภาพยนตร์ยืนยันว่าจะเผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ให้มากที่สุด โดยจัดฉายตามสถานศึกษาและสถาบันต่างๆ แบบไม่เก็บค่าเข้าชม โดยอาศัยช่องว่างของ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ที่เปิดยกเว้นให้หนังที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาสามารถฉายเพื่อการศึกษาได้ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อใน ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับปัจจุบัน ซึ่งคนในวงการภาพยนตร์ร่วมกับนักกฎหมายเว็บไซต์ ilaw.or.th ร่วมกันระดมความคิดเห็นร่างขึ้น
ภาพยนตร์สารคดี เซ็นเซอร์ต้องตาย มีแผนเข้ารับการตรวจพิจารณาในเดือนมีนาคมปีหน้า ในช่วงเดียวกันกับที่เชคสเปียร์ต้องตาย เคยถูกส่งเข้ารับการพิจารณา ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรผู้สร้างก็ยืนยันว่าพร้อมจะยอมรับเพราะจุดประสงค์สูงสุดคือการสะท้อนความเดือดร้อนของคนทำหนังไทยให้ ผู้มีอำนาจอย่างคณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ได้รับรู้ผ่านการชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้



ที่มา   http://news.thaipbs.or.th/content/132681